เจาะบทสัมภาษณ์ Halley Gross ผู้เขียนบทเกม The Last of Us Part 2

ถึงตอนนี้ก็เหลือเวลาไม่ถึง 3 สัปดาห์แล้วนะครับที่เกมเมอร์ทั่วโลกจะได้สัมผัสกับเกม The Last of Us Part 2 โดยพร้อมเพรียงกัน และระหว่างนี้ทางทีมงาน Online Station ก็ได้มีโอกาสได้สัมภาษณ์คุณ Halley Gross (ฮาลลีย์ กรอส) ซึ่งเธอผู้นี้คือหัวหน้าทีมเขียนบทเกม The Last of Us Part 2 ที่ร่วมงานกับค่ายเกม Naughty Dog มาแล้วเป็นระยะเวลาเกือบ 4 ปี ฮาลลีย์เคยมีผลงานการเขียนบทให้กับซีรีส์และหนังสั้นอยู่หลายเรื่อง ได้แก่ Westworld, Too Old to Die Young และอื่น ๆ อีกมากมาย

ว่าแล้วเรามาชมบทสัมภาษณ์ของเธอที่มีเกี่ยวกับเกม The Last of Us Part 2 กันเลยดีกว่าครับ

เจาะบทสัมภาษณ์ Halley Gross ผู้เขียนบทเกม The Last of Us Part 2

Q: สภาพสังคมของกลุ่มต่าง ๆ ในเกม ไม่ว่าจะเป็นพวกกลุ่มลัทธิ (Seraphite), กลุ่มต่อต้านกองทัพ (WLF) หรือแม้แต่กลุ่มของเอลลี่ที่ตั้งรกรากอยู่ในแจ็คสันเคาท์ตี้ ดูแล้วมีความสมจริงมาก อยากทราบว่าพวกคุณทำงานส่วนนี้กันอย่างไรในการสร้างแบ็คกราวด์ของตัวละครเหล่านี้ครับ?

A: ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราทำในเกมนี้ เราได้พัฒนาการเล่าเรื่อง รวมถึง NPC โดยตอนที่เราพัฒนาในส่วนของเมืองซีแอตเทิลนั้น เราต้องการให้คุณสัมผัสได้ถึงธรรมชาติของความรุนแรงผ่านบรรดา NPC เราก็เลยสร้างกองกำลัง 2 ฝ่ายที่กำลังบาดหมางต่อกัน ซึ่งไม่มีใครต้องจำว่าชนวนเหตุนั้นมาจากไหน ต่างฝ่ายต่างก็คิดว่าอีกฝ่ายนั่นแหละเป็นคนเริ่มก่อน ทางฝั่งของ WLF เราต้องการให้กลุ่มนี้มีลุคที่ดูค่อนข้างคลุมเครือ คล้ายกับกลุ่ม Hunter ในภาคแรก แต่เริ่มได้เพิ่มมิติเข้าไปให้กับคนกลุ่มนี้ พวกเขาจะมีชื่อเป็นของตัวเองและสามารถเรียกชื่อหากันได้เวลามีใครตายหรือหายตัวไป อีกทั้งมีการวางกลยุทธ์เพื่อรับมือเราได้ แต่เราก็ยังต้องการให้กลุ่มนี้มีเรื่องราวปูมหลังสักหน่อย ว่ามันมีกลุ่มที่ออกมาขับไล่กองกำลังของรัฐบาล (Fedra) แล้วก็ตั้งตนคุมซีแอตเทิลเสียเอง พร้อมทั้งใช้อาวุธกองทัพที่ยึดมาได้ แถมมีแท็กห้อยคอเหมือนทหารจริง ๆ ส่วนทางด้านฝั่ง Seraphite ก็จะเป็นพวกคลั่งศาสนาแบบหัวรุนแรง มีการเชื่อฟังศาสดา ซึ่งพวกนี้ได้อาศัยอยู่ในซีแอตเทิลเป็นเวลานานมาก มีเล่ห์เหลี่ยม และมีการวางกลยุทธ์ที่แตกต่างจากพวก WLF ด้วย

Q: คุณเคยประกาศออกมาก่อนหน้านี้ว่าธีมของเกมภาคนี้จะเป็นเรื่องของการล้างแค้น อยากทราบว่าคุณดึงเอาแรงบันดาลใจจากการเล่าเรื่องและเกมเพลย์มาอย่างไรครับ?

A: ตอนที่ฉันเข้ามาทำโปรเจ็กต์นี้ นีล (ผู้กำกับเกมนี้) เขามีวางโครงภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ของเกมที่ละเอียดลึกซึ้งในหัวอยู่ก่อนแล้ว โดยเขามีฉากจบที่ตั้งใจไว้ รวมถึงจุดหักเหของพล็อตเรื่องในช่วงกลางเกมประมาณ 1-2 จุด แต่ ณ ตอนนั้นเขาอยากจะให้ในเกมมีพูดถึงวัฎจักรของความรุนแรงดู โดยในโลกสมมติที่เป็นโลกหลังล่มสลายจากการระบาดของเชื้อ ที่มีผู้ติดเชื้อเพ่นพ่านอยู่เต็มไปหมด เราอยากให้ตัวเกมมีความสมจริงให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เราก็เลยไปทำการค้นคว้าจากข่าวเอย จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงบนโลกเอย ตลอดจนประสบการณ์ที่ทีมงานแต่ละคนพบเจอ ซึ่งนีลเขามีแรงบันดาลใจจากการอ่านหนังสือหลากหลายแนว แล้วก็มาผนวกเข้ากับงานด้านซาวด์ประกอบ ทำให้สามารถเล่าถึงวัฏจักรความรุนแรงให้ดูเข้มข้นและมีมิติได้เต็มที่เลย

Q: จากความคาดหวังอันมหาศาลที่ถาโถมเข้ามายังเกมนี้ ถ้าเปรียบเทียบกับการเขียนบทของซีรีส์ Westworld แล้ว ประสบการณ์ในการทำงานกับโปรเจ็กต์ The Last of Us Part 2 นี่เป็นอย่างไรบ้างครับ?

A: แน่นอนค่ะว่า Naughty Dog เป็นค่ายเกมที่ยอดเยี่ยม ตัวละครที่พวกเขาสร้างขึ้นมาอย่างโจลกับเอลลี่ต่างก็เป็นที่รักของผู้เล่น และคุณเองก็อยากจะดำเนินเรื่องราวของพวกเขาต่อไป ฉันเองก็ตกหลุมรักกับเอลลี่ ขณะเดียวกัน มันก็ยังมีโอกาสที่จะช่วยเพิ่มเติมเรื่องราวของเธอในฐานะผู้ใหญ่คนนึงได้อีก โดยในแง่ของความแตกต่างระหว่างการทำงานในวงการภาพยนตร์หรือโทรทัศน์กับวงการเกม มันมีความแตกต่างอยู่มาก ในกรณีของวงการภาพยนตร์หรือโทรทัศน์ คนเขียนบทมีหน้าที่สร้างพล็อตเรื่อง แล้วส่งต่อให้ตัวนักแสดง ทีมเสื้อผ้า ฝ่ายศิลป์ และทีมถ่ายทำไปสานต่อให้จบ แต่กับเกม The Last of Us Part 2 นี้ ตัวฉันได้วางโครงเรื่องของเกมไว้แต่เนิ่น ๆ จากนั้นทีมออกแบบ ทีมทำอนิเมชั่น ฝ่ายศิลป์ และโปรแกรมเมอร์จะช่วยกันทำแบบสอดประสาน เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนจะมุ่งไปที่ธีม เนื้อเรื่อง ให้ดูมีความน่าเชื่อถือ สมเหตุสมผล ซึ่งเนื้อเรื่องมีการเปลี่ยนแปลงไปมากในรอบ 4 ปีหลัง และฉากจบที่เราเคยคิดไว้เมื่อ 4 ปีก่อนก็ต่างจากฉากจบที่เราใส่ไปในตัวเกมที่เสร็จสมบูรณ์ด้วย

Q: เราทราบดีว่า Naughty Dog นั้นลงทุนลงแรงเต็มที่กับการสร้างตัวละครในเกม อยากทราบว่าตัวละครเหล่านั้นมีผลกับไอเดียการเล่าเรื่องของคุณใน The Last of Us Part 2 อย่างไรบ้างครับ?

A: เอลลี่กับโจลนั้นเป็นตัวละครที่ผู้คนรู้จักกันเป็นอย่างดีก่อนที่ฉันจะมาร่วมโปรเจ็กต์ทำภาค 2 ค่ะ ที่น่าตื่นเต้นก็คือสองตัวละครนี้มีการเติบโตและเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา โดยเกมนี้จะเกิดขึ้นหลังจากภาคแรกเป็นเวลา 4 ปี และในช่วง 4 ปีดังกล่าว ตัวละครของเราก็ใช้ชีวิตอยู่อย่างสงบสุขนับแต่นั้น แต่ก็ยังมีพบเห็นพวกผู้ติดเชื้อและต้องออกลาดตระเวนกันอยู่ทุกวัน ถึงกระนั้นพวกเขาก็ยังมีมุมให้นึกถึงความรัก มิตรภาพ หรือทำกิจกรรมร่วมกัน ขณะเดียวกัน ก็ยังมีผู้คนในอีกฟากหนึ่งที่มีประสบการณ์อันเลวร้ายคอยตามหลอกหลอนและเปลี่ยนเขาเป็นคนละคน ผู้เล่นจะได้อยู่ในโลกที่เราอาจจะสูญเสียคนที่เรารักไปได้ทุกเมื่อ และมันก็ส่งผลกระทบกับมุมมองที่มีต่อความรักกับความปลอดภัยในชีวิต ซึ่งตัวละครในโลกของเกมนี้จะเต็มไปด้วยคำถามมากมายและเราก็อยากจะตอบคำถามนั้นผ่านตัวเกมค่ะ

เจาะบทสัมภาษณ์ Halley Gross ผู้เขียนบทเกม The Last of Us Part 2

Q: คุณมีทำเนื้อหาหรือส่วนเสริมอะไรที่มีเล่าถึงว่าเชื้อ Cordyceps แพร่กระจายได้อย่างไร หรืออะไรเพิ่มเติมในโลกของเกม The Last of Us บ้างมั้ยครับ?

A: เหตุการณ์ในเกมนี้เกิดขึ้นช่วง 25 ปีให้หลังมีการระบาดของเชื้อ Cordyceps ไปทั่วสหรัฐอเมริกา บรรดาผู้ติดเชื้อได้ขยายจำนวนเพิ่มจนกลายเป็นประชากรส่วนใหญ่ของโลก และพวกมันก็ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของโลกใบนี้ ผู้เล่นทุกคนได้คุ้นเคยกับเหล่าศัตรูต่าง ๆ ในเกมภาคแรกกันมาแล้ว ทั้งรันเนอร์, สตอล์คเกอร์ และเรายังมีศัตรูชนิดใหม่มาแนะนำ นั่นก็คือ เชมเบลอร์ และร่างวิวัฒนาการของผู้ติดเชื้อแบบอื่น ๆ ที่ผู้เล่นไม่เคยพบเจอมาก่อน ซึ่งเราไม่ได้โฟกัสไปยังเหตุการณ์ในอดีตมากนัก เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะนำเสนอสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปมากกว่า

Q: บรรยากาศการเล่าเรื่องนั้นเป็นจุดเด่นของ Naughty Dog มาตลอด และหลังจากได้เล่น The Last of Us Part 2 ไปก็มั่นใจว่านี่เป็นเกมที่มีบรรยากาศ “แบบที่สุด” แล้วเท่าที่ผมเคยเล่นมา คุณพอจะอธิบายถึงกระบวนการในการเนรมิตโลกของเกมหน่อยได้มั้ยครับ?

A: สิ่งที่ทำให้เกมนี้มีความพิเศษก็คือการเกลี่ยน้ำหนักตัวละครให้เหมาะสม จากช่วงนึงไปอีกช่วง และในตอนที่เราต้องค้นหานอร่า บรรยากาศจะตึงเครียด ตรงนี้ก็จะเป็นหน้าที่ของทีมทำซาวด์และเพลงประกอบที่แต่งโดยกุสตาโว (นักประพันธ์เพลงของเกมนี้) ร่วมกับฝีมือแอ๊กติ้งของนักแสดง ทุกอย่างที่เราทำก็เพื่อให้ผู้เล่นรู้สึกเหมือนอยู่ในสถานการณ์เดียวกับเอลลี่ และสอดประสานกันจนเป็นบรรยากาศตึงเครียดสมจริง ซึ่งสัมผัสได้ถึงความกลัวที่ตัวละครเหล่านี้สามารถพบเจอได้ในชีวิตประจำวัน

Q: รู้สึกอย่างไรบ้างครับกับการได้มาทำงานร่วมกับ Naughty Dog

A: ฉันรัก Naughty Dog นะ ที่นี่มีแต่คนเก่ง ๆ เท่าที่ฉันเคยทำงานมาด้วย พวกเขาแคร์กับการสร้างตัวละครและการเขียนเนื้อเรื่องมาก อีกทั้งยังมีทีมเวิร์คที่ดีเยี่ยม แถมมีประชุมน้อยครั้งมาก เรามีการเสนอความเห็นทุกอย่างให้กันและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มีส่วนเกี่ยวข้องกับเกมร่วมกัน ที่แห่งนี้เต็มไปด้วยคนมีน้ำใจที่สุด เฮฮาที่สุด แหวกแนวที่สุด และง๊องแง๊งที่สุดเท่าที่ฉันเคยทำงานมาด้วยเลย

Q: ช่วยเล่าถึงเหตุการณ์น่าประหลาดใจที่สุดระหว่างที่ทำงานร่วมกับ นีล ดรัคแมนน์ (ผู้กำกับของเกมนี้) หน่อยสิครับ

A: (หัวเราะ) นีลเขาเป็นคนที่คิดถึงเรื่องตัวละครและพล็อตเรื่องอยู่เสมอเลย เขาจะให้ความสำคัญกับตัวละครและพล็อตเรื่องเป็นอันดับแรก นอกจากนี้เขายังเป็นคนร้อยเรียงเรื่องราวได้เก่งมาก แถมยังแรพเพลงของเซบาสเตียนได้ทั้งเพลงด้วยนะ (เซบาสเตียนเป็นแรพเปอร์ชื่อดังชาวอเมริกัน)

เจาะบทสัมภาษณ์ Halley Gross ผู้เขียนบทเกม The Last of Us Part 2

Q: เห็นคุณมีพูดถึงการทำให้ศัตรูที่เป็นมนุษย์ดูมีความเป็นมนุษย์มากขึ้น ที่พวกมันมีการเรียกขานชื่อหากัน หรือแสดงอาการเสียใจเวลาเห็นสุนัขของตนหรือพรรคพวกตายไป โดยตอนที่ (สื่อมวลชนอีกท่านหนึ่ง) เล่น เขาสังเกตเห็นว่าบางครั้งเวลาลองใช้ธนูยิงคนที่จูงสุนัขดู แล้วก็สามารถย่องผ่านไปได้โดยอาศัยจังหวะที่สุนัขกำลังเสียใจที่เจ้าของของมันตาย ไม่ทราบว่าจุดนี้เป็นการจงใจใส่มาหรือเปล่า และคุณทำได้อย่างไร?

A: เราต้องการให้ทุกตัวละครในเกมดูมีความเป็นมนุษย์ เป็นอะไรที่จับต้องได้ ทุกทางเลือกที่เอลลี่ประสบพบเจอก็เหมือนเป็นความท้าทายอย่างนึง มันย่อมมีเหตุรองรับเสมอ ถ้าคุณอยู่ในสถานะพร้อมรบและเจอศัตรูจูงสุนัขมา คุณจะมีตัวเลือกว่าจะเผชิญหน้ากับพวกมันตรง ๆ หรือจะย่องไปอยู่รอบ ๆ ตัวมัน หรือจะเสี่ยงชีวิตตัวเองเพื่อหวังผ่านจุดนั้นให้เร็วขึ้นก็ได้ เราอยากให้ผู้เล่นต้องเจอตัวเลือกที่ตัดสินใจลำบากอยู่ตลอดเวลา และเราอยากให้คุณรู้สึกว่าตัวเกมมันมีความเป็นระบบมากขึ้น พวกมัน (ศัตรู) ทุกตัวล้วนมีชื่อ โดยเมื่อเกมดำเนินไป เราจะเรียนรู้เกี่ยวกับเมืองซีแอตเทิล โลกใบนี้ และตัวละครทุกตัวมากกว่าเดิม เราอยากให้คุณรู้ว่าแต่ละคนที่คุณสังหารไปอาจจะมีความสัมพันธ์ต่อสิ่งต่าง ๆ กับโลกใบนี้มากกว่าตัวคุณก็ได้ ซึ่งเอลลี่จะต้องเจอทางเลือกที่ยากลำบาก การร้องหาความยุติธรรมและความเกลียดชังในตัวของเอลลี่ก็จะนำเธอไปสู่ความเสี่ยงในรูปแบบต่าง ๆ

Q: จากในเกมตัวเต็มที่สื่อมวลชนได้เล่นกัน มีอยู่ครั้งนึงที่ผม (สื่อมวลชนอีกท่านหนึ่ง) ได้ลอบฆ่าคนของฝั่ง WLF ไปแล้วก็แอบอยู่แถวนั้นเพื่อรอดูว่าพวกของมันคนอื่น ๆ จะทำยังไงต่อไป ปรากฏว่ามีพวกมันคนนึงเดินมาที่ศพเพื่อนมัน แล้วก็เรียกให้คนอื่น ๆ มาดูศพ ซึ่งช่วงนั้นจะเปิดช่องให้ผมจัดการพวกมันทั้งหมดในคราวเดียวได้สบาย ผมรู้สึกว่าบางครั้งเกมก็ค่อนข้างชี้นำในบางสถานการณ์อยู่ อันนี้เป็นความตั้งใจของคุณรึเปล่า?

A: เราพยายามจะให้ผู้เล่นมีทางเลือกให้มากที่สุด และวิธีรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ถ้าคุณต้องการจะเล่นแบบลอบเร้น โอเคคุณทำได้ หรือถ้าคุณอยากใช้ระเบิดขวดจัดการพวกมันรวดเดียว 4 คน มันก็เป็นเรื่องสไตล์การเล่นของคุณเอง เล่นยังไงก็ได้ตามที่คุณถนัด เราเพียงแค่ต้องการให้ตัวละครที่ว่านี้ดูมีความเป็นมนุษย์ที่สุดเท่าที่จะทำได้ นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเกมนี้ถึงมีความพิเศษ และทุกคนจะได้รับประสบการณ์จากเกมนี้ที่แตกต่างออกไป

เจาะบทสัมภาษณ์ Halley Gross ผู้เขียนบทเกม The Last of Us Part 2

Q: ใครเป็นตัวละครที่คุณที่ชอบที่สุดในเกมนี้ครับ?

A: เลฟ (Lev) ค่ะ เขาคือเด็กหนุ่มที่โผล่มาช่วยพี่สาวในเทรลเลอร์ที่ปล่อยให้ชมในงาน Paris Games Week ซึ่งคุณคงเคยได้เห็นกันไปแล้ว

Q: ตัวของเอลลี่มีการเปลี่ยนแปลงไปมากมั้ยครับ?

A: ถ้าวัดจากภาคแรกคือใช่ค่ะ เธอมีการเรียกร้องความยุติธรรมเป็นแรงขับ เราต้องการกระตุ้น ท้าทาย และกดดันเธอให้มากเท่าที่เราจะทำได้ โดยเธอจะมีการเติบโตและเรียนรู้เกี่ยวกับตัวเธอเอง รวมถึงโลกใบนี้ และผู้เล่นจะได้ประหลาดใจเกี่ยวกับตัวเอลลี่แน่นอน

Q: ทาง Naughty Dog มีการคาดหวังอะไรจากแฟน ๆ เมื่อได้ลองเล่นและสำรวจเกมนี้อย่างไรบ้างครับ?

A: ทางเราไม่ได้คาดหวังอะไรเลย แต่เรามีความหวังค่ะ เราหวังว่าเกมนี้จะทำให้ผู้คนได้ตั้งคำถามที่น่าสนใจทั้งกับตัวพวกเขาเองและโลกที่พวกเขาอยู่ และทำให้พวกเขามองโลกในมุมที่ต่างออกไป ได้เห็นผู้คนในมุมอื่น ๆ ที่ไม่เคยรู้มาก่อน เราหวังกับเกมนี้มากเหมือนกับตอนทำภาคแรก พอผู้คนตั้งคำถามกันเสร็จ ก็มาถกเถียงกันถึงประเด็นที่พบเจอในเกม ไม่มีตัวละครไหนในเกมที่จะขาวผุดผ่องหรือดำทะมึน และไม่มีตัวละครใดที่เป็นตัวแทนของความดีหรือความชั่ว เราหวังแค่ว่าคุณจะตั้งคำถามกับมันและถกเถียงกันเท่านั้นค่ะ