รวมเกมที่ชื่นชอบตลอดกาลจากทีมงาน Online Station!

เกมส์คอนโซล  แผ่นเกมส์ออกใหม่ ช่วงนี้หลายๆ คนคงจะได้เห็นโพสต์คำท้าๆ หนึ่งใน Facebook ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ซึ่งคำท้านั้นก็คือการให้โพสต์เกมที่ชื่นชอบตลอดกาล จำนวน 7 เกมนั่นเอง! แต่ละคนนั้นก็มีเกมในดวงใจที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปสักเท่าไหร่ก็ยังคงชอบและก็ยังคงเป็นเกมโปรดในดวงใจอยู่ แล้วทีมงาน Online Station ล่ะ มีเกมในดวงใจเกมไหนที่เป็นเกมโปรดตลอดกาลบ้าง? เราไปดูกันเลยดีกว่า

รวมเกมที่ชื่นชอบตลอดกาลจากทีมงาน Online Station!

The Last of Us

ชื่นชอบ

เกมแนวแอ็กชั่นกึ่งผจญภัย ที่มีจุดเด่นคือเนื้อเรื่องที่เข้มข้น ผสมผสานกับเกมเพลย์ที่ออกแบบมาได้อย่างลงตัว เป็นผลงานการพัฒนาโดยสตูดิโอ Naughty Dog ที่การันตีคุณภาพจากการสร้างซีรีส์ Uncharted และ Jax and Daxter จนเป็นที่จดจำในหมู่เกมเมอร์มาก่อนแล้ว

จุดที่ชอบก็คือ : ชอบการเล่าเรื่อง การลำดับเรื่อง การถ่ายทอดอารมณ์ที่ทำได้อย่างมีชั้นเชิงและลุ่มลึก ตลอดช่วงการเล่น เกมพยายามนำเสนอพัฒนาการของตัวละครอย่างค่อยเป็นค่อยไป ผ่านมุมมองของโจลกับเอลลี่ที่เป็นดูโอ้ต่างวัยซึ่งต้องเดินทางท่ามกลางโลกหลังยุคล่มสลายจากเหตุเชื้อร้ายแพร่ระบาดที่ล่วงเลยมานานจนเกินจะแก้ไขอะไรได้แล้ว ไหนจะผู้คน ไหนจะต้องเผชิญสภาพสังคมของโลกภายนอกอันเลวร้ายอีก


Metal Gear Solid 2: Sons of Liberty

ชื่นชอบ

ภาคต่อของเกมม้ามืดประจำเครื่อง PlayStation รุ่นแรกที่เปิดตัวให้กับ PS2 พร้อมทั้งใช้คุณสมบัติต่างๆ ของตัวเครื่องแทบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นประสิทธิภาพด้านกราฟิกที่มากขึ้น และลูกเล่นของคอนโทรลเลอร์ที่รับน้ำหนักการกดได้หลายระดับ ประกอบกับการนำเสนอเกมเพลย์และเนื้อเรื่องที่กำกับได้ดีราวกับเป็นส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างวิดีโอเกมกับภาพยนตร์ จึงทำให้ MGS2 มีเสียงตอบรับที่ดีทั้งจากทางนักวิจารณ์และเกมเมอร์ ตลอดจนยังได้รับรางวัลเกมยอดเยี่ยมจากหลายๆ สถาบันในปี 2001 ด้วย

จุดที่ชอบก็คือ : เนื่องด้วยตัวเกมมีการนำเสนอที่ดีมากทั้งในด้านของเกมเพลย์ กราฟิก และเนื้อเรื่อง ประกอบกับเป็นเกมแรกๆ ที่ทำให้เราได้เห็นประสิทธิภาพของเครื่องเกมยุคใหม่ในตอนนั้นอย่าง PlayStation 2 ว่าวงการเกมหลังจากนั้นจะดำเนินไปในทิศทางใด ด้วยเหตุนี้มันจึงไม่ใช่เรื่อง
น่าแปลกใจเลยที่ MGS2 จะสามารถสร้างความประทับใจให้กับผู้เล่นไปพร้อมๆ กับสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการเกมในเวลานั้นสืบเนื่องมาจนปัจจุบัน


Persona 5

ชื่นชอบ

เกมแนว JRPG-Turn base ที่มาพร้อมกราฟิกการ์ตูน Cell – Shade แต่แฝงไว้ด้วยเนื้อหาที่หนักอึ้งเกินกว่าที่คาดคิด

จุดที่ชอบก็คือ : จริงๆ ก็ชอบเกมซีรีส์ Persona เป็นทุนเดิม แต่รู้สึกว่ามีความพิศมัยกับภาค 5 มากที่สุด อาจเพราะไทม์มิ่งเหตุการณ์ในโลกจริงกับเนื้อเรื่องภายในเกมมันซ้อนทับกันอย่างน่าประหลาด อีกทั้งการลำดับและนำเสนอเนื้อเรื่องยังมีความชัดเจนในตัวเอง ตั้งมั่นไล่ลำดับความเข้มข้นอย่างมีจังหวะจะโคน และแม้จะเป็นเกมที่แฝงความแฟนจตาซีอยู่มาก ทว่ากลับนำเสนอประเด็นทางสังคมและการเมืองได้อย่างไม่บิดพลิ้ว ผ่านกลุ่มตัวเอกซึ่งเปรียบเสมือนกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่แต่แรกเพียงแค่อยากจะทวงความยุติธรรมให้ตัวเองจากผู้ใหญ่บางคน ทว่ากลับพบความจริงถึงเบื้องลึกเบื้องหลังว่าพวกเขาไม่ได้สู้กับบุคคล 1 คน แต่คือกำลังสู้กับระบบที่ขับเคลื่อนสังคมอยู่ ทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นเพียงส่วนหนึ่งของความยอดเยี่ยมเท่านั้น ยังไม่นับรวมกิจกรรมมากมายภายในเกมที่ Remind คุณให้นึกถึงช่วงชีวิตวัยรุ่นที่ทั้งสนุกสนานและบ้าๆ บอๆ อีกทั้งยังมีไวฟุหลากหลายช่วงวัยและสาขาอาชีพให้ได้ไล่จีบกัน! นี่แหละแก่นแท้แห่งอารยธรรมล่ะ


Zettai Zetsumei Toshi 2

ชื่นชอบ

เกมแนว Survival ที่เรียกกันเล่นๆ ว่าเกมต้องรอด แต่ละภาคจะเกี่ยวโยงกับภัยพิบัติ และตัวเอกต้องหนีจากภัยพิบัติต่างๆ นั้นๆ

จุดที่ชอบก็คือ : ที่ชอบภาค 2 เพราะความเชื่อมโยงของแต่ละบทซึ่งถ้าไม่ทราบสปอยมาก่อนแล้วเล่นพลาดมีสิทธิต้องย้อนไปเล่นบทใหม่ก่อนหน้านั้น เพราะแต่ละบทเราจะเล่นตัวละครคนละตัวที่อยู่ในไทม์ไลน์เดียวกัน (อาจจะไม่พบกันด้วย) แต่การกระทำและการตัดสินใจของเราในตอนนั้นจะส่งผลต่อตัวละครอื่นๆ ที่เราจะได้เล่นในบทถัดไป เช่นเราตัดสินใจดึงหินตรงนั้น ปรากฏว่าหินถล่ม เราไม่เป็นอะไรและเล่นจนจบบทไปบทถัดไปปรากฏว่าตัวละครในบทถัดไปเจอหินถล่มใส่เกมโอเว่อร์ ซึ่งเป็นผลต่อเนื่องจากการตัดสินใจของเราในบทที่แล้ว เกมนี้เลยเป็นเกมที่นอกจากจะต้องระวังตัวจากภัยพิบัติ รักษาความอบอุ่น/ความสะอาดของร่างกาย ช่วยเหลือคนอื่น แล้วยังต้องระวังการกระทำทุกๆอย่างที่จะส่งผลต่อเนื่องในอนาคต

โดยส่วนตัวชอบเกมแนวแก้ปริศนา หาทางออก หนีภัยพิบัติอะไรพวกนี้อยู่แล้ว เกมนี้เลยชอบเป็นพิเศษ ทั้งเนื้อหาของแต่ละตัวละครก็น่าสนใจมากด้วย ยิ่งบทหลังๆ จะมีปมดราม่าเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยอีกเยอะ เลยกลายเป็นเกมในดวงใจอีกเกมนึงในหลายๆ เกม


Final Fantasy 6

ชื่นชอบ JRPG สไตล์ดั้งเดิมของซีรี่ส์ เป็นภาคที่ผสมผสานความ Sci-fi ด้วยเครื่องจักรไอน้ำ และวิทยาศาสตร์ลงในความแฟนตาซีได้ไม่เยอะจนเกินไป

จุดที่ชอบก็คือ : มีตัวละครให้เล่นเยอะราวๆ 14 ตัว แต่ละตัวก็มีความสามารถพิเศษต่างกันไป มีมนต์อสูรให้ใช้เยอะมาก และใช้ได้ทุกคนด้วยขึ้นอยู่กับคนจะถือศิลา ไม่แน่ใจว่าเป็นภาคแรกรึเปล่าที่ตัวร้ายได้ครองโลกสำเร็จจริงๆ เนื้อเรื่องสนุกมาก ความทรงจำกับเกมนี้เยอะพอสมควรเลยทีเดียว


Crysis

ชื่นชอบ

ถือเป็นอีกหนึ่งซีรีส์เกมแนว FPS ในระดับตำนาน จากผลงานของทีมผู็พัฒนาสายเลือดเยอรมันอย่าง Crytek

จุดที่ชอบก็คือ : จุดเด่นของเกมนี้คงหนีไม่พ้นในเรื่องของเกมเพลย์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผู้เล่นสามารถเลือกทำภารกิจได้ตามความต้องการ และมีวิธีการเล่นที่หลากหลาย โดยเฉพาะชุดนาโนสูทที่ขับเคลื่อนให้เกมเพลย์ให้มีความน่าเล่น การเปลี่ยนโหมดของชุดที่ช่วยในการรบและแก้ไขสถานการณ์บนสมรภูมิรบ เนื้อเรื่องน่าสนใจ และสุดท้ายการฟิกสุดอลังการ (ในยุคเกือบ 13 ปีที่ผ่านมา) และจากข่าวการโพสต์ข้อความในบน Twitter อย่างเป็นทางการของตัวเกมก็มีความเป็นไปได้ว่าเราอาจจะได้เห็นความเคลื่อนไหวของ Crysis อีกครั้ง!

The Witcher 3

ชื่นชอบ

เกม RPG มุมมองบุคคลที่ 3 แนวแอคชั่นผจญภัยในโลกแฟนตาซี มีภูติผี มีเวทมนตร์ มีปีศาจ เราจะได้เล่นเป็นวิชเชอร์ มนุษย์กลายพันธุ์ที่ถูกการทดลองทางเวทมนตร์ มีพละกำลังเหนือมนุษย์ มีความรู้ในศาสตร์ต่างๆ ที่เน้นไปทางการปราบภูติผี และปีศาจ เป็นเกมที่เกมเมอร์และสื่อทั่วโลกให้การยอมรับว่าเป็นหนึ่งในเกมที่ดีที่สุด ใกล้เคียงคำว่าสมบูรณ์แบบมากที่สุด และเป็นอีกหนึ่งเกมที่คุณควรเล่นสักครั้งก่อนตาย

จุดที่ชอบก็คือ : เกมเพลย์สนุก ลื่นไหล และมีความหลากหลาย มีความร่วมสมัย สามารถผสมผสานเนื้อเรื่องและเกมเพลย์ทั้งแอคชั่น พัซเซิล ถามตอบ รวมไปถึงมินิเกมได้อย่างลงตัว เนื้อเรื่องดีงาม ทุกอย่างมีที่มาที่ไป เพราะเกิดจากการเซ็ตอัพจักรวาลขึ้นมาอย่างดี ตัวละครเป็นที่น่าจดจำ มีความเรียลและเทา ไม่โลกสวย ทำให้ผู้เล่นอินและมีอารมณ์ร่วมไปกับตัวละครและเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้อย่างไม่ขัดเขิน กราฟิกสวยสดงดงาม เป็นเกมโลกเปิดที่มีชีวิตชีวา บรรยากาศและ dynamic ต่างๆ ทำออกมาได้ดี เล่นแล้วรู้ว่าได้เลยว่าทุกรายละเอียดในเกมนั้นถูกออกแบบมาอย่างใส่ใจ ไม่ใช่การวางก๊อปแปะ

DLC ที่คุ้มค่าคุ้มราคา รวมเกมเนื้อเรื่องหลัก+DLC 2 ตัวแล้วสามารถเล่นยาวได้เป็นหลักร้อยชั่วโมง และ DLC แต่ละตัวนั้นยาวราวกับเกมภาคต่อ คุ้มกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว


Diablo II

ชื่นชอบ

ย้อนไปราวๆ 20 กว่าปี เกม Diablo II เป็นเกมกล่อง Action Role-Playing แบบ Hack and Slash แนว Dark Fantasy เสียงหลอนๆ มอนเลือดสาด 18+ ถือเป็นเกมออนไลน์ที่พี่ห้อยเล่นแล้วได้เพื่อนฝรั่งตัวเป็นๆ เยอะที่สุด เพราะตัว id ต้องสมัครผ่านเซิร์ฟเวอร์ของต่างประเทศเท่านั้น (แต่ในบ้านเราจะนิยมเล่นกันแบบ lan ซะเป็นส่วนใหญ่)

จุดที่ชอบก็คือ :  มันเป็นเกมที่ของตกค่อนข้างยากมากๆ แต่ของดีคือของดีจริงๆ(ถึงขนาดมีกลุ่ม Hacker สร้างชาม all status ที่มีความสามารถเพิ่มค่าการดรอปของ) ใช้เวลาในการวิ่งห้องวัวอยู่หลายเดือนไม่ได้อะไรเลยก็มี ที่ชอบที่สุดรองจากเนื้อเรื่องของมันก็คือ ผู้พัฒนา มีการให้ข้อมูลและโต้ตอบกับผู้เล่นแบบครบถ้วนและดูแลผู้เล่นดีมากๆ website ทำได้ครบถ้วนที่สุด เกมใหม่ๆยังเทียบไม่ได้


Sid Meier’s Civilization VI

ชื่นชอบ

เกม Turn-Based Strategy ให้เราเล่นเป็นอารยธรรมที่ยังมีและเคยมีในโลก เพื่อเอาชนะอารยธรรมอื่นๆ ในหลากหลายวิธี ทั้งวิทยาศาสตร์ วัฒนธรรม หรือการทหาร เกมนี้เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “Time Machine” เพราะเล่นแล้วติดมาก เล่นไปเล่นมารู้ตัวอีกทีก็เช้าแล้ว พร้อมวลีเด็ด “One more Turn”

จุดที่ชอบก็คือ : เป็นเกมวางแผนกึ่งๆ บอร์ดเกมที่เล่นกี่ครั้งก็สนุก เราต้องคิดตลอดเวลาว่าจะทำอะไรต่อไป จะบริหารทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้อย่างไร จะผูกมิตรหรือสร้างสงคราม ทุกการเล่นจะไม่เหมือนเดิมเลยซักครั้ง ชอบความรู้สึกที่เราได้เห็นอารยธรรมของเราค่อยๆ เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ในแนวทางที่เราเป็นคนกำหนดแอง ตอนเกมออกใหม่ ภาค 6 นี้ไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่ แต่พอ DLC ออกมาเพิ่มอีก 2 ตัว ก็กลายเป็นเกมโปรดของผมทันที มีอารยธรรมให้เลือกเล่นเยอะมาก เกมเพลย์ก็ลึกขึ้น เล่นได้หลากหลายขึ้น AI ถึงแม้จะไม่ฉลาดมากแต่ก็อยู่ในระดับที่เล่นได้สนุกพอสมควร นอกจากนั้นยังได้เรียนรู้ศัพท์ภาษาอังกฤษใหม่ๆ เพียบ โดยรวมคือชอบมากๆ แต่จะเล่นทีต้องเผื่อเวลาไว้เยอะๆ หน่อย เพราะมันวาร์ปได้ง่ายๆ จริงๆ


Rune Factory 3: A Fantasy Harvest Moon

ชื่นชอบ

เกมปลูกผักแฟนตาซีที่มาพร้อมเรื่องราวและภาพกราฟิคแบบอนิเมะ! โดยตัวเกมนั้นจะเป็นแนว Simulation ที่มีการผสมผสานกับ RPG ที่ในภาคนี้ตัวเอกของเกมมาพร้อมกับระบบพิเศษอย่างการแปลงร่างเป็นมอนสเตอร์! มีระบบใหม่ๆ มากมายรวมถึง AI รูปแบบใหม่! แต่ถึงจะมีการเพิ่มสิ่งต่างๆ เข้ามาตัวเกมยังคงเสน่ห์ความเป็นเกมปลูกผักแฟนตาซีไว้ได้ดี

จุดที่ชอบก็คือ : ในสำหรับภาค 3 นี้ ตัวละครจะมีการเคลื่อนไหว และการบังคับที่ค่อนข้างอิสระและง่ายกว่า 2 ภาคแรก มีระบบใหม่ๆ ที่ช่วยเอื้อผู้เล่นเป็นอย่างมากทำให้สามารถเล่นได้เพลินๆ ไม่ต้องคิดอะไรมากมาย และ AI ในภาคนี้เองก็มีความสมจริงมากขึ้น ไม่ดูแข็งทื่อเหมือนในช่วงภาคแรกๆ แถมยังสามารถลากไปตามดันเจี้ยนต่างๆ ได้ด้วย (ถึงบางครั้งเอาไปแล้วจะเป็นภาระมากกว่าก็ตาม) ตัวละครเองก็มีเสน่ห์มากทุกคนดูมีมิติและเรื่องราวที่ดูเชื่อมโยงกันจนทำให้อยากติดตามและเก็บเรื่องราวของทุกๆ คน และสาวๆ เกมนี้เองก็น่ารักมากก! ระบบการต่อสู้ของภาคนี้เองก็ดูลื่นไหลดี ตอนแปลงร่างเองก็สนุก ตัวเกมมีรายละเอียดมากมายให้ได้ตามสำรวจด้วย เป็นเกมที่ถ้ามีเวลาก็อยากหยิบมาเล่นอีกครั้งหนึ่งเลยล่ะ

ก็หมดกันไปแล้วกับบรรดาเกมในดวงใจที่ขึ้นแท่นโปรดตลอดกาลจากทีมงาน Online Station เพื่อนๆ คนไหนชอบเกมเดียวกับทีมงานบ้างไหมคะ? แล้วเพื่อนๆ ล่ะ มีเกมในดวงใจที่ไม่ว่าจะเมื่อไหร่ก็ยังคงรักกันหรือเปล่า? มาแชร์และแบ่งปันให้คนอื่นๆ ได้รู้จักกัน มาคอมเมนต์บอกเล่าความรักที่มีต่อเกมในดวงใจกันเถอะ!